แบงก์ขานรับมาตรการธปท. อัดซอฟต์โลนช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตโควิด-19

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้ กล่าวว่า ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา การกลายพันธุ์และการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่างๆ ทำให้หลายฝ่ายสรุปตรงกันว่าโควิดจะอยู่ไปอีกพอสมควร ดังนั้นธุรกิจต่างๆ ต้องเตรียมปรับแผน และเตรียมสภาพคล่องสำหรับผลกระทบดังกล่าวที่คาดว่าจะยาวนานขึ้น โดยธนาคารกรุงเทพ มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในรูปสินเชื่อฟื้นฟู ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะต้องเป็นลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อ 2 วัตถุประสงค์ คือ เสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจไว้ และรักษาการจ้างงาน และเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรีสตาร์ตธุรกิจให้เดินหน้าได้ตามศักยภาพเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย โดยสินเชื่อฟื้นฟูฯ ดังกล่าวจะยืดหยุ่นและเปิดกว้างขึ้น ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำและวงเงินสูงขึ้น ระยะเวลากู้ยาวขึ้น วงเงินสูงขึ้น และเปิดกว้างขึ้นทั้งสำหรับรายใหม่ที่ไม่เคยกู้ และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่มีหลักประกัน

ด้านนายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า 1 ปีเศษที่ผ่านมาเศรษฐกิจทั่วโลก ถูกกระทบหนักจากโควิด-19 โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการท่องเที่ยวสูง ทำให้ถูกผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ กลางและเล็ก ได้รับผลกระทบรุนแรงหนักหนาสาหัสมาก จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เศรษฐกิจไทยไปรอด อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาธนาคารได้ปล่อยกู้ซอฟต์โลนตามมาตรการรัฐไปแล้วให้กับผู้ประกอบการกว่า 5,000 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 8,000 ล้านบาท โดยธนาคารยังเดินหน้าช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกมากที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดระลอก 3 ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลง ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว และกระทบผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่
กลาง และเล็ก โดยถ้วนหน้า รุนแรงและเฉียบพลัน ดังนั้นสิ่งสำคัญของซอฟต์โลนในครั้งนี้ จะมีความเร็วในการเข้าถึงเงินกู้ก้อนนี้ได้อย่างไร ดังนั้นความร่วมมือในโครงการ “ประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ” ขานรับมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) ตามนโยบายของ ธปท. ร่วมกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ 5 สถาบันการเงินของประเทศในครั้งนี้ จะเป็นโครงการต้นแบบ ที่จะช่วยพยุงธุรกิจของผู้ประกอบการให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากสินเชื่อซอฟต์โลนภายใต้โครงการสินเชื่อฟื้นฟูฯ แล้ว ธนาคารยังได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้าของเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยเฉพาะ รวมถึงโซลูชันทางธุรกิจต่างๆ ที่จะช่วยผู้ประกอบการรายย่อย “ลดรายจ่าย-เพิ่มยอดขาย-ขยายกิจการ” ด้วย

นายอาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะได้รับการฉีดวัคซีนโควิดจำนวนมาก จะเรียกความเชื่อมั่นของประชานและของประเทศจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทั้งนี้มาตรการเยียวยาของภาครัฐอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ผู้ประกอบการสามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้

ขณะที่ น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ถึง 35% มีการจ้างงาน 12 ล้านคน คิดเป็น 70% ของการจ้างงานทั้งหมด และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คิดเป็น 99% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกมีบทบาทต่อเศรษฐกิจถึง 7% ซึ่งช่วงโควิดระลอก 3 ธนาคารกสิกรไทย เตรียมวงเงินสินเชื่อตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจของ ธปท. ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท หวังว่าจะช่วยลูกค้าได้กว่า 10,000 ราย รวมถึงโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ เพื่อลดภาระให้ธุรกิจเป็นวงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารจะไม่ขายหลักประกันให้บุคคลอื่น สามารถเช่าหลักประกันและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท

ด้านนายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า โควิด-19 ระลอกใหม่มีความน่ากังวลค่อนข้างมาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องชะลอตัวลงและไม่รู้ว่าจะกลับมาได้เมื่อไร ลูกค้าจำนวนมากยังอยู่ในภาวะเปราะบางและต้องการความช่วยเหลือจากธนาคาร อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ร่วมสนับสนุนโครงการ “เดอะมอลล์ ประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ” และสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยล่าสุดธนาคารยังแบ่งการดูแลลูกค้า ออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการยังคงเผชิญความยากลำบากจากผลกระทบของการแพร่ระบาด ธนาคารต้องการช่วยลูกค้าให้สามารถพาธุรกิจผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โดยสนับสนุนตามนโยบายล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ รวมทั้งช่วยเหลือด้วยมาตรการเพิ่มเติมจากกรุงศรีเอง สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ เช่น 2 พัก 3 ปรับ คือ พักชำระเงินต้น พักชำระค่างวด ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย และปรับประเภทวงเงินสินเชื่อ พร้อมทั้งช่วยปรับแผนธุรกิจให้ลูกค้า และช่วงที่ 2 เมื่อลูกค้าผ่านพ้นวิกฤตมาได้หรือได้รับผลกระทบน้อย กรุงศรีก็มีสินเชื่ออื่นๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อ SME Quick Loan เป็นสินเชื่อระยะยาวแบบมีหลักประกัน ให้วงเงินสูงสุดถึง 15 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี 2 ปีแรก เลือกผ่อนชำระได้ยาวถึง 10 ปี สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา

You might also like